วันพฤหัสบดี, 3 เมษายน 2568

ประเด็นดังเรื่องสินค้า ออมุก ของแบรนด์ Happy Munchy กับสินค้าคล้ายคลึงกันในแบรนด์ CP ที่วางขายใน 7-11

 

สะท้อนเรื่อง 5 Forces Model ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในมุมของ Branding, R&D และอำนาจต่อรองของช่องทางการขาย
..
🥪 อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ถ้ามองดีๆ ที่รูปจะเห็นแซนวิชอยู่ด้านหลัง พาคิดไปถึง NSL ที่ผลิตแซนวิชให้กับแบรนด์ EZY Taste, EZY Go ของ 7-11 ว่า จะมีกรณีไหนบ้างมั้ยที่จะเจอเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน วิตามินหุ้นมองแบบนี้ครับ
..
1️⃣ ความอร่อย
.
NSL ทำแซนวิชได้อร่อยจริง ทั้งแฮมชีส หมูหยอง ไส้กรอก ถ้า 7-11 สามารถทำได้อร่อยไม่แพ้กัน จะทำเองหรือให้ CPRAM, TU, Alfredo มาทำให้ก็ตาม ถ้าทำได้ก็มีโอกาสทดแทนได้
.
2️⃣ ความหลากหลาย
.
แค่อร่อยอาจจะไม่พอ เพราะแซนวิชที่วางขายไม่ต่ำกว่า 60 skus ทั้งคาวและหวาน แถมยังมีสินค้าใหม่ออกมาแทบจะทุกเดือน แปลว่า ต้องทุ่มงบ R&D ในการพัฒนาสินค้าอยู่ตลอด ก็เป็นปัจจัยที่ต้องลงทุน
.
3️⃣ การลงทุน
.
โรงงานขนาดใหญ่ทั้งเครื่องจักรและแรงงานคนที่ใช้เยอะ ทั้งการ sourcing วัตถุดิบที่หลากหลายจาก supplier ต่างๆ ก็ต้องลงทุนหลายร้อยหลายพันล้านบาท ถึงจะได้สเกลแบบที่ NSL ทำทุกวันนี้ และรวมไปถึงงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ ด้วย
.
4️⃣ อัตรากำไร
.
NSL มี GPM ประมาณ 20% แต่ 7-11 รับแซนวิชมาขายน่าจะได้มาร์จิ้นสูงกว่า ถ้าเดาๆ ก็อาจจะ 30-35% โดยเฉลี่ย พูดง่ายๆ คือ ไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากนัก แต่ได้มาร์จิ้นสูงกว่า แล้วจะไปเหนื่อยทำเองทำไม
..
🥪 โดยสรุปแล้ว 7-11 เองก็มีโอกาสทำแซนวิชเอง เพราะยังไงก็ใช้แบรนด์ตัวเองอยู่แล้ว โดย 7-11 เองก็คงมองว่า ถ้าสามารถทำเองหรือหาบริษัทมาทำให้แล้วได้แซนวิชที่อร่อย ออกสินค้าใหม่ได้ต่อเนื่อง ได้มาร์จิ้นที่ดีเหมือนเดิม และยอมวุ่นวายกับงาน operation ต่างๆ ทำให้ยอดขายและกำไรไม่ต่างจากการมี NSL อยู่ ถ้าทำได้แบบนั้นก็อาจจะเป็นความเสี่ยงต่อ NSL
.
🥪 แต่จริงๆ แล้ว 7-11 เอง อาจเลือกทางง่ายกว่านั้น แค่ไปขอมาร์จิ้นเพิ่มทุกปี หรือเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ จากทุกสินค้าใหม่ของ NSL แทนแบบนั้นก็อาจจะได้กำไรแบบไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก
.
🥪 ประเด็นนี้มากกว่าที่ NSL ต้องกังวลและหาทางแก้ไข ซึ่งอาจกำลังทำอยู่ในรูปแบบของการสร้างแบรนด์ตัวเอง การ Collab กับเนื้อแท้ และการสร้างโรงงานชีสของตัวเองขึ้นมา (เพื่อกดดัน KCG โดยอ้อมอีกต่อนึง)
..
❓ Million Dollar Question คือ เราเห็นโอกาสในการลงทุนของหุ้นตัวไหนมากกว่ากันท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด หุ้นตัวไหนมี MOAT หรือปิดจุดอ่อนของตัวเองได้มากกว่ากัน