น่ากลัวมาก ขอบอก
ใครเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ของตัวเอง เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย …
Luckin “ลัคกิ้น” 瑞幸 (ยุ่ยซิ่ง) กำลังจะบุกไทยเต็มตัวแล้ว — หลังเพิ่งชนะคดีความ “เครื่องหมายการค้า” (ที่ “จีนเทา” ปลอมเอาเข้ามาจดก่อนแม่ตัวจริง)
คนชอบกล่าวถึงเฉพาะว่า “ลัคกิ้น” ล้มยักษ์อย่าง “สตาร์บัคส์” ในตลาดจีนได้ยังไง แต่กลับมิเอ่ยถึง “ผลกระทบ” ที่ลัคกิ้นทำให้พวกร้านกาแฟเล็กๆ ข้างทางในจีนถูกพายุพัดถล่ม!!!
อยู่ไม่ได้
เพราะที่จริง “ราคา” มันมาชนกับเหล่านี้แบบจังๆ
(ขณะที่ “สตาร์บัคส์” มันก็ยังมีกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่ม ที่เสพติดความหรูของยี่ห้อ)
ลัคกิ้น ถือกำเนิด ต.ค. 2017
มาพร้อมโปรโมชั่นอันลือลั่น : ซื้อ 5 แถม 5
นั่นแหละ ถล่มทลายเลย!!!!! 55555
ซึ่งมาไทย ก็อาจไม่เล่นท่านี้
การตลาดแบบหนึ่ง มันก็เวิร์กในที่หนึ่งๆ และในยุคหนึ่งๆ
นี่มันก็ผ่านมา 7-8 ปีแล้ว
แต่เชื่อเถอะ จีนเก่งพวก “ลูกเล่น” งี้ คิดอะไรใหม่ๆ ได้อยู่แล้ว
และที่สำคัญ พร้อม “ทุ่มหมดหน้าตัก” แน่ๆ
แรกๆ ไม่สนมาร์จิ้น ภารกิจคือขอ “ตีตลาด” ให้ได้ก่อน
(*หมายเหตุ ตอนโน้น ที่ ซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 2 ไม่ได้ เพราะต้องการกวาดต้อนคนมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อย่างพนักงานออฟฟิศก็ต้องรวบรวมกันมาเป็นกลุ่มก้อน — 10 คน ถึงจะได้ซื้อ 5 แถม 5
และจะได้โปรฯ นี้ ก็ต้องสั่งผ่านแอปเท่านั้น เพื่อดูดล่อคนสมัครแอปให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ เพื่อที่ต่อไปจะได้ยัดโปรฯ ลดแลกแจกแถมให้อีกแบบจัดหนักรัวๆ
แรกๆ คือให้หน้าร้านเป็นจุดรับของมากกว่า)
ใช่ พอผ่านไปสักระยะ ลัคกิ้นก็ฉาวโฉ่ จนเกือบจะไม่รอด (แต่หลังๆ ก็กลับมาได้ เพียงแต่ไม่หวือหวาเท่าเดิม)
แต่ประเด็นอยู่ที่ตอนเริ่ม ว่าดุจคลื่นถาโถมที่เจ้าเล็กเจ้าน้อยไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้
ปัจจุบัน ลัคกิ้นมี 21,300 สาขา เป็นเชนร้านอาหาร&เครื่องดื่ม ใหญ่สุดอันดับ 5 ของโลก
สาขาของลัคกิ้น อยู่ในจีนแทบล้วนๆ
(*นี่ไง ถึงเริ่มๆ จะรุกออกนอกบ้านแล้วไง)
สตาร์บัคส์ มีทั่วโลก 40,200 สาขา
ถ้านับเฉพาะจีน มี 7,600 สาขา — เท่ากับว่าในแดนมังกร สาขาลัคกิ้นมีมากกว่าสตาร์บัคส์เกือบ 3 เท่า
มันเหลือเชื่อมากๆ ๆ ๆ
เพราะย้อนกลับไปสักเกือบสิบปีก่อน มันมองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่จะมีเจ้าไหนใหญ่กว่าสตาร์บัคส์ในจีนได้
เป็นไปไม่ได้เลย . . .
มันเป็นไปแล้ว
และมันก็ไปไกลกว่านั้น
เพราะตอนนี้ทั้งลัคกิ้นกับทั้งสตาร์บัคส์ก็ลำบาก!!!!!
มี Cotti “ค็อตตี้” 库迪 (คู่ตี๋) ผงาดขึ้นมาท้าชน
(*แสบ! เพราะเถ้าแก่ค็อตตี้ ก็คือพวกเถ้าแก่ร่วมของลัคกิ้น ที่โดนคดีฉาวโฉ่น่ะแหละ! พอถูกตะเพิดออกมา ก็เปิดเจ้าใหม่ แล้วก็ใช้การตลาดแบบเดียวๆ กันกับลัคกิ้นน่ะแหละ! เปรี้ยง!)
ไม่ช้าเลย
แค่ 2 ปีเท่านั้น ค็อตตี้ก็ทะลุ 10,000 สาขา! มากกว่าสตาร์บัคส์อีก! (ย้ำว่าแค่ 2 ปี ; ขณะที่ลัคกิ้นใช้เวลา 5 ปีจึงแซงสตาร์บัคส์ได้)
ถูกไง!
เอาราคาถูกๆ เข้าสู้ — เหมือนๆ ที่ลัคกิ้นใช้เจาะตลาดนั่นแหละ แต่ตอนนี้ค็อตตี้ถูกกว่าอีก!
ลัคกิ้นกับสตาร์บัคส์จึงกระเสือกกระสนน่าดู
ก็อาจเป็นอีกมูลเหตุ
ตลาดในบ้าน ชักยากขึ้นทุกทีๆ ฉะนั้น ลัคกิ้นจึงหาลู่ทางข้างนอกบ้าง
(ดู MIXUE “มี่เสวี่ย” 蜜雪 เป็นแบบอย่างมั้ง — มี่เสวี่ย เป็นเชนร้านอาหาร&เครื่องดื่ม ใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลก)
เพิ่งเริ่มๆ ชิมลางเอง
มีในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อย่างละนิดอย่างละหน่อย
แต่ตั้งเป็นกลยุทธ์แล้ว ว่าจะบุกเอเชียอาคเนย์กับอเมริกาจริงๆ จังๆ
อีกไม่นาน น่าจะ “ลุยเต็มตัว”
ซึ่งน่ากลัวมาก บอกเลย
(*ให้ดู “มี่เสวี่ย” เป็นตัวอย่าง เร็วมาก)
ขอหมายเหตุย้อนกลับเข้าไปอีกที
ค็อตตี้ ตั้งเป้ามีทั้งหมด 50,000 สาขาในจีนปีนี้
เอ่อ จำนวนนี้คือจะโค่นมี่เสวี่ย กลายเป็นเชนร้านอาหาร&เครื่องดื่ม ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของโลก!
ก็นั่นเอง … ตลาดจีนจึงไม่ค่อยน่าอยู่แล้ว ลัคกิ้นต้องหาตลาดใหม่ๆ
ซึ่งไทยก็หนึ่งในนั้น
(และตอนนี้ทางสะดวก ไม่มีคดีความเรื่องยี่ห้อปลอมแล้ว ก็จะได้เวลารุกเต็มสูบ!)
ซึ่งถ้าใช้การตลาดแบบเดิมๆ อย่างที่ใช้ในจีน (และคล้ายๆ อย่างที่มี่เสวี่ยใช้ในไทย) ก็คือเล่นที่ “ราคา”
ก็ย้ำแล้วย้ำอีก ย้ำๆ ว่าร้านกาแฟเจ้าเล็กเจ้าน้อยที่เปิดธุรกิจเป็นของตัวเองจะ “อยู่ยาก” ขึ้นมากๆ
เจ้าใหญ่ล่ะ
สตาร์บัคส์ในไทย กระเทือนไหม ก็คงมีบ้างแต่ไม่เท่าไหร่
อเมซอนในไทยนี่สิ มีเสียวได้เหมือนกัน (หลังๆ ราคาอเมซอนก็ก้ำๆ กึ่งๆ ไม่ได้ถือว่าถูกเท่าไหร่ มีค่อนแพงเหมือนกัน — แต่แน่นอนว่าไม่มีภาพหรูแบบสตาร์บัคส์มาค้ำ ; แลกลุ่มเป้าหมายก็ดูเอียงๆ มาใกล้ลัคกิ้นไม่น้อย)
ร้านข้างทาง ต้องตั้งหลักดีๆ ตอนนี้
ขึ้นกับว่าลัคกิ้นจะเอาจริงไหม (เพราะที่ผ่านๆ มายังไม่เรียกได้ว่า “เดินหน้า” เลย)
ขึ้นกับว่าลัคกิ้นจะวางภาพยังไง จะฟัดอเมซอน โดยที่ positioning ใกล้กันแล้วราคาถูกกว่าหน่อย
หรือว่าไม่มีภาพอะไรทั้งนั้น! ลุย “สงครามราคา” อย่างตอนมาใหม่ๆ ที่จีนเลย!
ย้ำ คนที่เปิดธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง ต้องเตรียมรับมือให้ดี
เป็นห่วง