วันพฤหัสบดี, 3 เมษายน 2568

ลด-งดการดื่มกาแฟ หากคุณป่วยเป็นโรคเหล่านี้

 

กาแฟหอมๆ ตอนเช้า สำหรับบางคนคงเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย เพราะกาแฟไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นความตื่นตัว แต่ยังมีประโยชน์หลายประการทางสุขภาพ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคทางประสาท สมองทำงานดีขึ้น ลดเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น แต่ถึงกระนั้น การดื่มกาแฟก็อาจมีผลกระทบที่เป็นอันตรายสำหรับคนที่กำลังป่วยเป็นโรคบางชนิด ดังต่อไปนี้ค่ะ:
.
1. ผู้ป่วยโรคหัวใจ : กาแฟมีคาเฟอีนที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น สำหรับบุคคลที่เป็นโรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือมีปัญหาเรื่องหัวใจ ควรจำกัดปริมาณกาแฟหรืองดดื่ม เพราะการดื่มกาแฟที่มากเกินไปอาจกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนัก ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ค่ะ
.
2. ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับ : คาเฟอีนในกาแฟจะกระตุ้นระบบประสาท ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็อาจทำให้เรามีปัญหาในการนอนหลับ หากคุณมีปัญหาการนอนหลับ ก็ควรลดการดื่มกาแฟในช่วงเย็นและก่อนนอนหรือเลือกกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีน (ดีแคฟ)
.
3. ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมเรื้อรัง : โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเสื่อมเรื้อรังระยะสุดท้ายและมีค่าโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสในเลือดที่สูง เนื่องจากกาแฟมีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูง หากดื่มกาแฟมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายได้รับสารเหล่านี้เกินมาตรฐาน ซึ่งสามารถเป็นอันตรายได้
.
4. ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร : กาแฟนั้นมีฤทธิ์เป็นกรดและสามารถกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถทำให้ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารรุนแรงยิ่งขึ้น สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารบ่อยๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการดื่มกาแฟนะคะ
.
5. ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน : เนื่องจากคาเฟอีนนั้นมีต่อการดูดซึมและการขับออกของแคลเซียมทางปัสสาวะ และทำให้การดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางลำไส้มีประสทธิภาพน้อยลง ผู้ป่วยกระดูกพรุนหรือมีความเสี่ยงจึงควรลดปริมาณหรืองดการดื่มกาแฟไปก่อน
.
6. ผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินบี 1 : ควรงดดื่มกาแฟไปเลย เพราะกาแฟจะยิ่งไปลดการดูดซึมวิตามินบี 1 และยังกระตุ้นการขับวิตามินบี 1 ออกทางปัสสาวะ ทำให้ระดับวิตามินบี 1 ในเลือดลดลง ซึ่งจะส่งผลให้มีปัญหาหลอดเลือด ระบบสมอง ประสาท และหัวใจตามมาด้วย
.
นอกจากนี้ การดื่มกาแฟในปริมาณมากเกินพอดี ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการที่ไม่พึงประสงค์และโรคต่างๆ ได้ ดังนั้น จึงควรดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย เช่น ไม่เกิน 1-2 แก้วต่อวัน และไม่ให้เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากาแฟ 3-5 แก้ว) และหมั่นสังเกตร่างกายตัวเองอยู่เสมอ หากมีอาการใจสั่น ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ ก็ควรปรับลดการดื่มให้น้อยลงนะคะ
.
สรุป คือ แม้ว่ากาแฟจะเป็นเครื่องดื่มที่เยี่ยมยอด แต่ก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน หากคุณมีโรคดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็ควรค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มกาแฟลง หรืองดการดื่มไปก่อน สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการดื่ม และดื่มในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เสมอเพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ🥰